red orange yellow green blue pink

ไสยศาสตร์มนต์ดำ

คุณไสย มนต์ดำ อาถรรพ์ ไสยศาสตร์เหล่านี้เริ่มต้นมาจากผู้เฒ่าผู้แก่คนโบราณได้ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ก่อนที่จะมาเป็นของขลังอาถรรพ์ ต้องฝึกปฏิบัติอย่างไรบ้าง คนที่กล้าที่จะทำคุณไสยหรือจะเสาะแสวงหาของขลังไว้ป้องกันตนเองนั้นจะต้องรู้จักนามของของอาถรรพ์ต่างๆเสียก่อน เพราะของอาถรรพ์เหล่านั้นถูกแบ่งแยกเป็น คงกะพัน แคล้วคลาด และสิ่งป้องกันอัปมงคลต่างๆ หรือใช้กันถูกกระทำ หรือใช้ในการกระทำคนอื่น และควรรู้เคล็ดลับวิธีการแก้ทางของสิ่งเหล่านั้นให้ถูกต้อง


รายนามอาถรรพ์โบราณที่ลูกหลานควรรู้ หุ่นขี้ผึ้ง รักยม ลาริกา ควายธนู ตะเพียนเงิน ตะเพียนทอง นางกวัก ปลักขิก เขี้ยวเสือ งาช้าง หน้าผากเสือ เขี้ยวหมูตัน หนุมาน ลิงลม สิงห์ ราหูอมจันทร์ มีดหมอ เบี้ยแก้ หมากทุย ตะกรุด ลูกสะกด ลูกอม แหวนพิรอด ตดต่างๆ ตัวหนังสือขอมที่มีอานุภาพในการทำ ไอ้งั่ง ผ่าจ้าน ตู้ พรายลูกกรอก บาตรแตกสาแหรกขาด ไข่ตายรัง ของเหล่านี้ล้วนเป็นอาถรรพ์ที่โบราณได้ผูกไว้เพื่อแก้กระทำและเพื่อกระทำผู้อื่น คนไทยโบราณตั้งแต่กษัตริย์นักรบสมัยโบราณมักมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเครื่องรางของขลังติดตัวเพื่อป้องกันสิ่งอัปมงคลและเพื่อเพิ่มมงคลให้แก่ตนเอง เครื่องรางของขลังเหล่านี้ถูกจัดสร้างขึ้นจากผู้มีพระเวท และเกจิอาจารย์สืบทอดตำรากันจนมาถึงปัจจุบัน เครื่องรางของขลังเมื่อนำมาลงพิธีการปลุกเสกหรือลงอาคมก็จะแบ่งแยกออกได้เป็นหลายประเภท อย่างเช่นดังนี้เป็นต้น


1.ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือเทวดาสร้าง ก็คือ เหล็กไหล คด เขี้ยวงา เถาวัลย์ ฟันปลา สิ่งมีชีวิตเป็นหิน หรือเพชรนิลจินดา เป็นต้น
2.สิ่งที่มนุษย์จัดสร้างขึ้นโดยการผสมผสานจากโลหะที่มีฤทธิ์หรือว่านที่เป็นมงคล หรือว่านที่เป็นเสน่ห์ จำพวกดินที่อยู่ตามสถานที่สำคัญต่างๆ กระดูกสัตว์ ผงผีพราย หอยสังข์ ผ้าห่อศพ ไม่หามศพ ไม้เขี่ยศพ ของมงคลวัตถุต่างๆ


เครื่องรางอาถรรพ์ต่างๆ มีการแบ่งแยกเป็น 2 ส่วน คือ ใช้สำหรับเบื้องสูง และเบื้องต่ำ
เบื้องสูง คือมงคลวัตถุ
เบื้องล่าง คือวัตถุอาถรรพ์
มงคลวัตถุที่ใช้สำหรับเบื้องสูงคือ สวมศีรษะ สวมแขน สวมหัว สวมมือ ใช้อม ตะกรุดสำหรับแขวนคอ ฝังเหล็กไหล ฝังเข็ม ส่วนวัตถุอาถรรพ์ที่ใช้สำหรับเบื้องล่างนั้นจะเป็นพวกปลักขิก ไอ้งั่ง อีเป๋อ ลูกกรอก เป็นต้น
เครื่องรางชั้นสูที่ใช้สำหรับเป็นมงคลกับตัวเองจะสูงจากเอวขึ้นมาถึงศีรษะ เครื่องใช้ชั้นต่ำจะใช้เกี่ยวกับทางเสน่ห์เล่ห์กลทางความรัก จุดประสงค์ในการสร้างเครื่องรางของขลังและของมงคลนั้น คนโบราณเชื่อในคติในด้านจิตใจ มีไว้เพื่อการพึ่งพิงให้จิตใจฮึกเหิมหรืออบอุ่นใจ และมั่นใจว่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเราปกป้องอันตรายหรืออาจช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่เรามองไม่เห็นได้ มนุษย์คนโบราณท่านนับถือภูตผีปีศาจ เพราะมนุษย์บางกลุ่มห่างไกลจากความเจริญจึงต้องพึ่งพาสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นคุณวิเศษ คำว่าเครื่องรางของขลังนั้น บังเกิดขึ้นในโลกโดยพระพุทธเจ้าเป็นผู้ค้นพบธรรมอันวิเศษ ก็บังเกิดมหาลาวกเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้สำเร็จญาณสมบัติแล้วทั้งสิ้น ย่อมแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาผู้ไม่ได้ปฏิบัติ จึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลิทธิฤทธิ์ที่คนธรรมดาอยากได้มงคลที่สิ่งผู้มีอิทธิฤทธิ์สร้างและประทานไว้ให้เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อช่วยเหลือมนุษย์โลกและสัตว์โลก สัตว์โลกทั้งหลายย่อมมีความรัก ความแค้นปะปนกัน จึงทำให้เกิดเหล่าบรรดาคุณไสยมนต์ดำต่างๆ คุณไสยมนต์ดำนั้นก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามพิธีกรรมนั้นๆ อย่างเช่น เสกหนังวัวเข้าท้อง ฝังลูก ฝังลอย บิดไส้ บังฟัน ฝาบาตรแตก ตะปูโรงผี ฝังดวงตามทางสามแพ่ง ปั้นหุ่นขี้ผึ้งไปฝังตามป่าช้า สิ่งเหล่านี้ล้วนโดนเรียกว่า มนต์ดำเดรฉานวิชา แต่ก็เป็นอีกตำนานหนึ่งที่สืบทอดกันมาได้ถูกร่ำเรียนและสืบทอดจนมาถึงปัจจุบัน คำว่าไสยศาสตร์มนต์ดำนั้นหมายถึง ของต่ำที่เป็นอัปมงคลใช้กระทำให้ผู้อื่นเกิดความเดือดร้อน เป็นเคล็ดลับในการกระทำฝ่ายตรงข้ามให้มีอันเป็นไปตามที่ผู้กระทำต้องการ วิธีกรรมเหล่านี้ส่วนมากมักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักใคร่หรือแก้แค้นศัตรูทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการที่เราจะศึกษาหรือเรียนรู้หรือจะใช้มันควรเข้าใจในอาถรรพ์วัตถุหรือมงคลวัตถุนั้นๆเสียก่อน ว่าเราพร้อมหรือต้องการอะไร อาจารย์การเวกจะค่อยๆสอน และทำความเข้าใจในอาถรรพ์มงคล และมนต์ดำต่างๆที่อาจารย์ได้เรียนและศึกษามาค่อยๆถ่ายทอดให้ผู้ที่สนใจและลูกรุ่นใหม่ๆที่อยากจะศึกษาในมันให้เข้าใจในศาสตร์นั้นๆ เป็นเกร็ดคร่าวๆ เริ่มต้นเราต้องศึกษาอักขระขอมก่อนเพื่อเรียนรู้ในอาถรรพ์อย่างคร่าวๆ


ก่อนอื่นทุกคนต้องทำจิตตามที่อาจารย์จะสอนต่อไปนี้เสียก่อน ขอศิษย์ผู้ศรัทธาในมหาเวททุกคนเจ้าเอยจงทำความเข้าใจในเรื่องของธรรมชาติอันสงบเย็นที่จะใช้เป็นสื่อในการทำคุณต่างๆเสียก่อน และไม่เป็นทุกข์กับการเป็นอะไร ของใคร หรือมนต์ขาว มนต์ดำ คนไทย คนฝรั่ง ผู้หญิงหรือผู้ชายกันเสียก่อน เพราะทุกอย่างเกิดอยู่ ดับไปตามธรรมชาติของมัน ถ้าใครคิดได้ ก็เปรียบเหมือนผลไม้ที่มันเกิดมาตามธรรมชาติ ถ้าใครได้กิน ได้ชิม ก็จะรู้จักกับรสชาติของธรรมชาติ ว่ามันเป็นอย่างไร ส่วนที่ลูกคนไหนจะชอบหรือไม่ชอบในรสชาติ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเชื่อว่าเป็นความชอบของส่วนตัว


คาถาอาคมนั้น คือการทำสมาธิตามธรรมชาติ สร้างความขลังบนความสงบเย็น ไม่เป็นทุกข์ในการจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ นั้นก็เหมือนกับผลไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่อยู่กลางโลกนี้ มันไม่ได้เป็นของใคร ผู้มีบุญ มีปัญญาเท่านั้นที่จะนำมันมาใช้ได้ และจะทำตัวให้เข้าไปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมชาติในอำนาจแห่งพลังเวท ความสงบเย็น ความเป็นธรรมชาติ และความไม่ทุกข์ร้อนในการเรียนพระเวทนั้น จะสำเร็จได้ด้วยการดับจิต ดับทุกข์ด้วยปัญญาของผู้ที่ศรัทธาเท่านั้น เดี๋ยวนี้คนทั้งหลายมักแบ่งแยกมนต์ดำ มนต์ขาว คนดี คนชั่ว ถ้าดำไม่มีจะมีขาวไหม ถ้าชั่วไม่มีจะมีดีไหม เรามามัวแต่คิดแบ่งแยกกันอยู่ มันคือความโง่ของคนที่ไม่รู้จริง คนที่รู้จริงในสัจธรรม ในเรื่องธรรมมะ และเข้าใจในธรรมชาติ มันเป็นเรื่องลึกซึ้ง มันเป็นธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว องค์บรมครูเคยสั่งสอนไว้ว่า มนุษย์เกิดมาหรือไม่เกิดมา แต่ธรรมชาตินี้ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่อย่างนั้น


สำเร็จคือ ผู้ปฏิบัติควรบรรลุถึงความบริสุทธิ์ทางจิตให้ได้ก่อน และหลุดพ้นความเป็นตัวตนเสียก่อน มีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง ปฏิบัติตัวให้เป็นธรรมชาติที่มันมีอยู่แล้ว ถ้าศิษย์ผู้ศรัทธายังมีความยึดมั่น ถือมั่น มีความเห็นแก่ตัว ไม่เคารพในครูบาอาจารย์ จิตของเจ้าก็จะไม่สามารถมีพลังได้ ฉะนั้นจิตที่ไม่มีการแบ่งแยกอย่างนั้น อย่างนี้ สายขาว สายดำ จิตที่จะบรรลุถึงพระเวท ติดต่อครูบาอาจารย์ได้นั้น คือจิตที่เป็นอิสระ คือจิตที่ไม่มีอุปทานยึดมั่น ถิอมั่น และจิตที่ว่างเปล่า จิตที่มีปัญญาที่ว่างเปล่า เหมือนกับพลังสายฟ้าที่เกิดได้โดยธรรมชาติ ไม่มีอะไรที่จะไปผูกพันเกาะเกี่ยว หรือต้านอานุภาพมันได้ ผู้สำเร็จก็ทำทุกอย่างได้ จะไม่ตาย จะรู้ชัด จะอ่านจิต รู้เหตุการณ์ มองเห็นทั้งอดีตและอนาคต จะรู้เท่าทันในสมมุติบัญญัติทุกสิ่งทุกอย่างในโลก แต่จิตนั้นต้องไม่เกาะติด ผูกพันอยู่ในมัน ไม่หลงทะเยอทะยานอยากอยู่ในมัน


อริยมรรคคือ สิ่งสุดประเสริฐ


สรุปหัวใจของการเรียนพระเวทคือ การเปลี่ยนคาถาอาคมความรู้สึกในจิตให้เปลี่ยนเป็นไปตามที่เราปรารถนา


ข้อควรระวังในการปฏิบัติคือ ถ้าใครสงสัยในครู ลบหลู่ครูบาอาจารย์ คนผู้นั้นจะเป็นทุกข์ในทันที ศรัทธามี บารมีจะเกิด ศรัทธาแล้วค่อยเดินเข้ามาหาเรา


อาจารย์การเวกศิษย์มีครู